เมื่อไม่นานนี้ปัญหาที่คนไทยต้องประสบพบเจอกันถ้วนหน้า นั่นก็คือ ค่าไฟ ที่ราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว จนทำให้คนไทยทุกคนต่างตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมค่าไฟถึงแพงขนาดนี้ อาจเพราะฤดูร้อนหรือไม่ทำให้เราต้องเปิดแอร์ ใช้ไฟ ใช้ตู้เย็นมากขึ้น หรือเพราะนโยบายของรัฐที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องค่าไฟ แต่ถึงอย่างไรคำถามเหล่านี้ก็ยังคงค้างคาอยู่ในใจ เพื่ิอเป็นการบรรเทาค่าไฟระหว่างที่เรารอเลือกตั้งนายกปี 66 วันนี้เราเลยเตรียมวิธีช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าภายในบ้านมาฝาก
5 วิธีประหยีัดค่าไฟ เซฟเงินในกระเป๋า
1. การเลือกซื้อและใช้หลอดไฟเป็นเรื่องสำคัญ
การประหยัดพลังงานไฟฟ้าวิธีหนึ่งคือการเลือกใช้หลอดไฟที่ช่วยประหยัดไฟได้ เช่น หลอดไฟแอลอีดี (LED) ซึ่งเป็นหลอดไฟที่ประหยัดและคุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน สามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 90% เมื่อเทียบกับหลอดไฟอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง 15 เท่าของหลอดไฟแบบอื่น ๆ และเป็นปลอดภัยต่อผิวหนังของผู้ใช้งาน และให้แสงสว่างที่ชัดเจนเพิ่มขึ้นด้วย
2. ตู้เย็นกินไฟมากที่สุด
เมื่ออากาศร้อนขึ้น ตู้เย็นจะทำงานหนักและใช้ไฟมากที่สุดในเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน โดยเพื่อรักษาความสดของอาหารและคงความเย็นไว้ตลอดเวลา ต้องเสียบปลั๊กตู้เย็นตลอดเวลา ซึ่งเป็นการใช้ไฟมากที่สุด ดังนั้นการจัดการตู้เย็นของคุณเป็นวิธีหนึ่งในการประหยัดไฟฟ้า โดยการวางตู้เย็นในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและไม่ควรวางไว้ใกล้แหล่งความร้อน เพื่อลดการทำงานหนักของตู้เย็น ควรทำความสะอาดน้ำแข็งอย่างสม่ำเสมอและปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับปริมาณอาหารในตู้เย็น นอกจากนี้ ควรเปิด-ปิดตู้เย็นอย่างมีเหตุผลและไม่เปิดทิ้งไว้นานเกินกว่าจะเป็นเพียงพอ ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้เช่นกัน
3. ตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ
การตั้งเวลาเครื่องปรับอากาศเป็นวิธีการประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาวเมื่ออากาศภายนอกเย็นสบาย การตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติจะช่วยลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟได้เช่นกัน เช่น การตั้งเวลาเปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาที่คุณนอนหลับตอนกลางคืน และตั้งเวลาปิดในช่วงเช้าที่คุณกำลังจะตื่นหรือช่วงเช้ามืดเมื่ออากาศเย็นสบาย ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณนอนหลับสบายได้ถึงเช้า และประหยัดพลังงานได้อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
4. หมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้า
ถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นเครื่องปรับอากาศ, เครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องดูดฝุ่นใช้งานเป็นเวลานานๆ และไม่มีการทำความสะอาดหรือดูแลให้เหมาะสม จะส่งผลให้เครื่องเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และทำงานหนักขึ้นเกินไปโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังส่งผลต่อค่าไฟฟ้าด้วย
5. ปิด-ถอดปลั๊กไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน
การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เป็นวิธีง่ายๆ ในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอุปกรณ์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรทัศน์ที่ใช้รีโมทในการควบคุม ถ้าไม่ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกจากที่ประกอบอยู่ อุปกรณ์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์จะยังใช้พลังงานไฟฟ้ารอรับคำสั่ง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้ายังคงใช้-พลังงานไฟฟ้าอยู่เสมอๆ ไม่ว่าจะไม่ได้ใช้งานหรือไม่
