เมื่อพูดถึงพื้นกระเบื้องหลาย ๆ คนจะต้องรู้จักกับ “ยาแนวกระเบื้อง” อย่างแน่นอน เพราะยาแนวกระเบื้องจะเป็นสิ่งสำคัญที่มาคู่กับกระเบื้อง อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยเพิ่มความสวยงาม ทนทาน และเพิ่มความสะอาดให้แก่บ้านได้ดีมากยิ่งขึ้น แต่หลาย ๆ คนก็อาจจะยังไม่ทราบว่ายาแนวกระเบื้องคืออะไร มีความสำคัญต่อการปูพื้นกระเบื้องอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่ายาแนวกระเบื้องคืออะไร เลือกยาแนวกระเบื้องอย่างไรให้เหมาะสมมากที่สุด
ไขข้อสงสัย ยาแนวกระเบื้องคืออะไร
โดยปกติแล้วหากเคยเห็นพื้นกระเบื้องที่เพิ่งปูเสร็จใหม่ ๆ จะเห็นได้เลยว่ามีร่องระหว่างแผ่นกระเบื้องทุกแผ่นเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อการก่อสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่องระหว่างกระเบื้องตรงนั้นจะหายไป เพราะจะมีส่วนที่ปิดรอยเอาไว้ คือ ยาแนวกระเบื้องนั่นเอง
ซึ่งยาแนวกระเบื้องจะเป็นซีเมนต์ที่ใช้เติมเต็มช่องว่างระหว่างกระเบื้อง บางคนอาจจะเรียกกันว่ากาวยาแนวกระเบื้อง, ปูนยาแนวกระเบื้อง หรือยาแนว เป็นต้น โดยยาแนวนี้จะมีลักษณะเป็นผงและมีหลายสี หากต้องการใช้งานจะต้องนำยาแนวกระเบื้องมาผสมน้ำ หรือบางยี่ห้ออาจจะต้องผสมทรายเข้าไปด้วย
ประเภทของยาแนวกระเบื้อง เลือกประเภทไหนดีที่สุด
1. ยาแนวกระเบื้องธรรมดา: จะเหมาะสำหรับการใช้งานกับพื้นและผนังกระเบื้องทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะมีราคาถูกกว่ายาแนวประเภทอื่น ๆ แต่ยาแนวประเภทนี้จะไม่กันเชื้อรา จึงไม่เหมาะแก่การใช้งานนอกอาคาร หรือห้องที่เปียกชื้น อย่างเช่น ห้องน้ำ สระน้ำ หรือบ่อน้ำเท่าไหร่นัก
2. ยาแนวกระเบื้องกันเชื้อรา: จะเหมาะสำหรับใช้งานกับพื้นกระเบื้องทั่ว ๆ ไป แต่ยาแนวประเภทนี้จะมีส่วนผสมของสารเคมีที่มีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อรา อย่างเช่น สารไมโครแบน จึงทำให้ยาแนวประเภทนี้มีราคาแพงกว่ายาแนวประเภทอื่น ๆ แต่จะมาพร้อมกับข้อดีในเรื่องสุขอนามัย ที่สามารถใช้งานได้ทั้งกับพื้นภายในอาคารหรือภายนอกอาคารเลยทีเดียว
3. ยาแนวกระเบื้องร่องเล็ก: จะเป็นประเภทที่หลาย ๆ บ้านเลือกใช้งาน เพราะจะเหมาะสำหรับการใช้งานกับกระเบื้องแผ่นใหญ่ หรือกระเบื้องที่ทำจากหินธรรมชาติ โดยยาแนวประเภทนี้จะมีลักษณะเหลวมากเป็นพิเศษ เพื่อให้เนื้อยาแนวสามารถไหลเข้าไปตามร่องขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย
การเลือกยาแนวกระเบื้องจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะยาแนวจะมีให้เลือกใช้งานหลากหลายประเภท และแต่ละประเภทจะมีความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นทุกคนจึงจำเป็นต้องเลือกประเภทยาแนวให้ดีเสียก่อน เพื่อที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
